2009/Jan/18

สวัสดีค่ะชาวexteen, เราอยากจะเขียนตรงนี้ไว้เผื่อน้องรุ่นหลังๆจะได้อ่าน

เพราะตอนชั้นสอบก็ดิ้นรนหาข้อมูล แต่ไม่ค่อยเจอ....- -"

ช่วงแรกจะเป็นเตรียมตัว-สอบข้อเขียน ส่วนช่วงหลังเป็นสอบสัมภาษณ์นะคะเลือกอ่านกันได้...

 เริ่มรู้ตัวว่าจะเรียนนิติเมื่อไหร่?? --- ม.5

เหตุผล??--- ไม่ได้เลือกเพราะชอบมาแต่ต้น แต่ว่าคิดว่าเป็นวิชาที่เรียนได้ และอย่างน้อยก็ไม่ต้องนั่งบ่นเป็นป้าเวลาเรียน (จะเป็นป้าตอนเรียนเลขมาก...บ่นได้สามตลาดเลย..คิดม่าออกเว้ยย) 

เรียนพิเศษ?--- ก็เลยเริ่มหาที่เรียน เห็นเพื่อนเค้าบอกมาว่ามีที่เซนจูรี่ สถาบัน Hommedeloi

(อ่านว่าออมเดอลัว)

http://www.hommedeloi.com/

ถามว่าจำเป็นไหม?   ถ้าขี้เกียจอ่านเองอย่างมาก จับตันชนปลายไม่ค่อยถูกก็จำเป็น แต่ถ้าพอมีแนวก็อาจจะไม่ต้องก็ได้นะ  ***ข้อดีคือไปลองเรียนว่าอยู่กะนิติได้ไหม? จะได้รู้ว่าชอบไม่ชอบ

 ถ้าชอบ--**ก็จะได้หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ฝ่าฟันด้วยกัน อย่างของเราก็ได้เพื่อนมา แล้วก็ติดกันยกแก๊ง**

สถาบันอื่นหละ? ไม่ค่อยแน่ใจ น่าจะมี Gok ที่ดังๆ อยู่แถวๆโรงหนังลิโด้ สยาม แล้วก็มีติวกะพวกพี่ส่วนตัวเองอันนี้ไม่เคย...เอิ้ม...

 เรียนพิเศษตอนม.6ทันไหม?? --- ถ้าเก๋าก็ทัน ...55+ เริ่มตั้งแต่เทอม1ก็ทัน

 เรียนอะไรไปบ้าง?? ---ถ้าเปนของที่เรียนอยู่ก็จะมี

 คอร์สกฎหมายเบื้องต้น - เรียนเอารู้คร่าวๆให้พอติดหัว จำได้บ้างไม่ได้บ้าง

คอร์สSATหรือความถนัด --ถ้าหัวทางเลขไม่เก๋า เล่นไขปริศนาไม่ค่อยออก ซูโดก่ง ซูโดกุไม่เคยออก รูบิคก็ไม่ได้

แนะนำให้เรียน ทำข้อสอบเยอะๆ มันวนไปวนมานั่นแหละ...ออกซ้ำๆ

คอร์สENG-- ใจไม่สู้ทางอังกฤษจริงเรียนไปเท่านั้น เพราะมันจะมีแต่เเพซเซจๆๆๆๆ อ่านเข้าไปเหอะ

แต่มีประโยชน์สูงสุดนะ แต่ต้องอ่านเยอะมากกกกก ถึงจะจับจุดได้และคล่อง

 คอร์สโค้งสุดท้าย- ยังไงก็ต้องลง บางทีมันก็ออกโต้งๆตรงเป๊ะๆ แบบบังเอิ๊ญบังเอิญกะที่เรียนมา

ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ จะจำได้มากกว่า

 

เน้นอันไหนดี?--- อย่าเน้นแต่กฎหมายอย่างเดียว ย้ำมาก เพราะมันครึ่งๆกะSAT กะENG ถ้าไม่เทพไม่ท่องมา

จนจำได้ทุกตัวอักษร อย่าลอง! ของเราเฉลี่ยๆไป แต่ENG จะได้เยอะเพราะเราเรียนEnglish Program

บางคนบอกว่าตัดที่อังกฤษ?--- ก็น่าจะนะ...เพราะกฎหมายกะความถนัด ทุกคนจะแบบ กึ่งๆชัวไม่ชัว

แต่อังกฤษ จะมีแต่ได้ไม่ได้... มหาศาล ตอนเราทำสอบ อังกฤษเราเสร็จก่อนครึ่งชั่วโมง

ความถนัดเสร็จก่อน5นาที..(โง่เลข)

กฏหมายและเรียงความ...เสร็จก่อนหนึ่งชั่วโมง .....อันนี้ถ้าเตรียมตัวมาจริงๆก็ไม่เว่อร์นะ..

คือกฎหมายเราก็ไม่ได้เทพ แต่แบบ มันจะมีข้อที่ถามโต้งๆเกือบครึ่ง รู้ไม่รู้อะ ก็อย่าไปเสียเวลาเลย

ไม่รู้ก็ยอมรับมา 555+ คำถามวิเคราะห์หรือที่เรียกกันว่าโจทย์ตุ๊กตา (มีสถานการณ์มาให้) อันนี้

บางข้อมันก็จะเหมือนที่ติวมานะ แนวๆกัน

ขอสารภาพว่า....แทบไม่ได้อ่านข้อกฎหมายที่เค้าให้มาเลย

เสียเวลาค่ะ มันก็เหมือนๆที่เราเรียนมาแหละ...

 

เรียงความย่อความ ---แล้วแต่โชค ความรู้ในสมอง และเทคนิค ซ้อมบ่อยๆ...(ถึงจะน่าเบื่อเวลาซ้อมก็เหอะ)

 

 

เสร็จ....ตึงตึ๊ง ตึ๊งงง ...ประกาศผล

 

ติดสัมภาษณ์ (55+...) ตัดบท....

เตรียมตัวสัมภาษณ์ ก็โดนบอกๆมาว่า เค้ารับหมดแหละๆ ปีที่แล้วก็รับหมด ไม่เคยมีใครตกสัมภาษณ์ๆ

แต่มันจะแอบมีความคิดในใจตะโกนว่า...."แล้วถ้า ปีนี้เค้าคัดออกล่ะวะ?"

ก็ต้องมานั่งเครียดเตรียมตัวอยู่ดี 555+

พอร์ทล่ะทำไหม?--- ก็โดนบอกมาว่า (อีกแระ) "พอร์ททำไปก็เท่านั้นแหละ แต่ (อีประโยคนี้แหละที่ทำให้ต้องมานั่งทำพอร์ท) มีไว้ก็ดี"

ทำไปๆ เผื่อๆ 555+ แต่ถ้าเค้าไม่ขอก็อย่าเสร่อเอาไปให้เค้าเห็นนะ

เพราะมีคนเคยโดนว่าว่า "ไม่ได้บอกให้ทำมาซะหน่อย ทำมาทำไม?"

เรื่องหลักๆที่ต้องเตรียม(เผื่อ)--- คำถามทั่วไป ประวัติมหาลัยและคณะ ประวัติบุคคล ข่าวสารบ้านเมือง ความรู้กฎหมายเบื้องต้น

เห็นว่าเยอะ?  ขี้เกียจเลยตอนเเรกที่เราเห็น แต่ไอ้คำว่าเผื่อ ก็ทำให้เราต้องมานั่งเตรียมอยู่ดี -*-...จิตตก

ที่เราเตรียม((เผื่อ))ไปก็มี ---

 ลองแนะนำตัวเอง/ทำไมถึงอยากเรียนิติ/ทำไมอยากเรียนมธ./ทำไมอยากเรียนนิติที่มธ./จบไปทำอะไร/ทำไม?

พ่อแม่ทำงานอะไร/เดินทางไปกลับ?/หอ?/

ประวัติมหาวิทยาลัย---ใครก่อตั้ง? เมื่อไหร่? จุดประสงค์เพื่อ? คำขวัญ? สัญลักษณ์? เพลงประจำ? อธิการบดี?

ประวัติบุคคล--อันนี้หลากหลายมาก..จำสับกันไปมาแทบแย่...

ข่าวสารบ้านเมือง--- คดีซานติก้า/เจ้เพญหมิ่นสถาบันกษัตริย์/ยุบพรรค/นิรโทษกรรม/ตุลาการภิวัฒน์/รัฐธรรมนูญ/

ส่วนกฎหมายเบื้องต้น กะเอาความรู้เก่าตอบ55+

 

แต่

 

ถึงจะเตรียมไปเยอะ สุดท้ายก็.......

ไม่ได้ใช้เลย!!!!!!

 

มีคำถามประมาณ..ทำไมไม่เรียนวิทย์ นิติหรอชอบตอนไหน?  แม่ทำงานไร พ่อทำงานไร แม่จบรุ่นไหน

เรียนภาษาเพิ่มเติมมั่งป่าว เคยไปเรียนเมืองนอกไหม เรียนโรงเรียนสห หรอ? คุณคิดว่าเด็กผู้ชายโตช้ากว่าเด็กผู้หญิงรึเปล่า? ชื่อที่เรียนพิเศษแปลว่าอะไร? ทำกิจกรรมไหม? ชอบเที่ยวรึเปล่า? ชอบอ่านหนังสือไหม?อย่าทำกิจกรรมแล้วทิ้งเรียนหละ 

คือ.....ชิวมากกกกก

***ก่อนเข้าห้องเค้าจะให้กรอกว่าจบแล้วจะทำอะไร

 ขอสารภาพอีกที.....เพิ่งจะคิดว่าจบแล้วจะเป็นอาจารย์ 10นาทีก่อนสัมภาษณ์

เหตุผล?....เอ่อมันหาเหตุผลที่อยากเป็นง่ายดี ถ้าเป็นพวกอัยการ ศาล เด๋วเค้าถามแล้วตอบไม่ได้ว่าเป็นยังไง

พออาจารย์ที่สัมภาษณ์เห็นก็ตื่นเต้นว่ามีคนอยากเป็นอาจารย์ ก็ลากยาวไปอีกหน่อย -*-..

 

แต่จริงๆเป็นอาจารย์ก็ดีนะ...แหะๆ

 

สรุป อาจารย์ใจดีมากกก คุยกันแบบสบายๆมากก เหมือนคุยกับญาติผู้ใหญ่เรา คุยไปยิ้มไป สบายๆ อ๋อค่ะๆ

ออกมาจากห้องก็แบบ....นี่เราเตรียมข้อมูลไปทำไมถึงดึกดื่นวะเนี่ย-*-.....

 

แต่ (หุหุหุ...อ่านกันให้ดีๆ)

 คนที่โดนแจ๊คพอต วิชาการมันก็มี 555+

ดังนั้น เตรียมข้อมูลซะ มันถูกต้องแล้ว!!!!!

 

.....ตอนนี้ก็รอผลประกาศ....

แต่อาจารย์ก็สรุปดีนะ ...เอาหล่ะๆ ผมก็ไม่มีไรจะพูดนอกจาก "ยินดีด้วย"

 

 

2007/Oct/20

...ไม่ไหวแล้วฉัน ใช้css editor ไม่เป็น ...ออกมาเละได้ใจเหอะ...

ถ้าใครจะปราณีก็ ให้คำแนะนำกันได้นะคะ *-*

 

เริ่มด้วย งานสัปดาห์หนังสือ(ที่ยาวกว่าสัปดาห์?)...เอ หรือว่าจะไม่ใช่งานสัปดาห์หนังสือหว่า

(ช่างเถอะ).... งานก็จัดที่ศูนย์ประชุมฯ ที่เดิมเช่นเคยนะคะ ไปด้วยรถไฟใต้ดินจะสะดวกมากๆเลย

ที่สำคัญ คือ SAVE THE WORLD มากๆ ** อินเทรนด์ค่ะ

 แต่ข้อเสียก็คือ ตอนตรวจกระเป๋านี่แหละค่ะ -*- ขาไปไม่เท่าไหร่ แต่ขากลับนี่สิ

แบกหนังสือก็หนักจะแย่แล้ว คนก็เยอะมากๆ กว่าจะเปิดเป้เปิดย่ามกันได้...โอย...เหนื่อย

 

ถ้าเดินทางจากสยาม สำหรับเด็ก nerd ที่เรียนพิเศษแถวนั้น แนะนำว่า Taxi สะดวกและประหยัดสุด

ยิ่งหารคนเยอะๆ ก็ยิ่งถูกลงค่ะ อันนี้ SAVE MY MONEY แทนนะ ฮ่าๆ ก็เดินไป ฝั่งอังรีนะ แล้วก็ข้ามถนนไป

ฝั่งโรงพยาบาลตำรวจ! รถแท๊กซี่เยอะๆ. . . . .  

 

กลับมาที่จานหลัก งานหนังสือกันดีกว่า ปีนี้คนก็เยอะเช่นเคย

บูธหลักๆของฉันนะคะ..แจ่มใส อันดับหนึ่งเลย คนเยอะมากๆ เหมือนเคยซึ่งก็ทำให้หมดอารมณ์ไปได้เยอะ- -*

แต่ปีนี้ระบบจัดการของแจ่มใส คือ เขียนใบสั่งซื้อไว้ค่ะ แล้วเอาไปหย่อนในตู้ รอซักพัก จะมีพนักงานไปเก็บมา

แล้วเขาก็จะส่งของให้เรา เรียกชื่อเราให้จ่ายเงิน .... แต่ฉันไม่ชอบเลยค่ะ

 - -*เพราะถูกพนักงานเมิน ใบสั่งซื้อของฉัน คนหลังๆดันได้ก่อน -* - เรียกให้เราเดือดปุดๆ

 ฉันก็เลยต้องคว้าใบใหม่มาสั่งใหม่อีกรอบ เสียเวลามากๆค่ะ

แล้วก็ผ่านพ้นออกมาได้ ( ใบสั่งซื้อใบเก่าจะเป็นยังไงน้า?)

บูธ bliss ก็คนเเน่นเช่นกัน ช่วงนี้กระแส นิยายJ-light กำลังมาแรงหรือไงนะ?...ฉันไม่เคยอ่านน่ะค่ะ

บูธ ใยไหม, pearl , goodmoring ทำไมฉันรู้สึกว่าคนมันน้อยลงนะ.....

 

ปีนี้ฉันขอออกนอกกระแส สำนักพิมพ์ใหญ่ค่ะ (ยกเว้นแจ่มใส) รู้สึกเบื่อๆ เดินซื้อแต่สำนักพิมพ์เล็กๆ เรื่อยเปื่อยๆ

- ___ -....ก็ได้มา7เล่มค่ะ...หมดเงินไปเยอะอยู่ แต่ฉันมีแผนว่าจะไปอีกรอบนึง ไปเก็บตกน่ะค่ะ

ทั้งหมดที่ซื้อมาค่ะ
งานนี้มีโปสเตอร์สวยๆมาขายเยอะอีกแล้ว 3แผ่น 10บาท เป็นราคามาตรฐานค่ะ
อย่างแผ่นละ15-20บาทก็มี  แต่แบบนั้นฉันขอผ่านค่ะ(แพงเกิน)
- -..55+ เล่มนี้พี่คนขายเขานำเสนอมาก แล้วก็ได้ลดราคาด้วย จาก150 เปน 120
ฉันเลยซื้อมาค่ะ (ฉันไม่มีรสนิยมแบบนี้นะจริงจริ๊ง!) สำนักพิมพ์ 2be loved ค่ะ
เล่มแรกนี่หนุ่มๆเยอะดี...ฉันเลยซื้อค่ะ (ซะงั้น)
ส่วนเล่มสอง สะดุดตรงชื่อและภาพที่น่ารักของสำนักพิมพ์ วงกลมค่ะ ฉันซื้อของสำนักพิมพ์นี้มา2เล่ม
อีกเล่มก้น่ารักมา เป็นประมาณนำเที่ยวโตเกียวค่ะ...คนขายก็น่ารักๆ ^___^ อ่านเรื่องคนใจเล็กแล้วชอบมาก
เหมือนตัวฉันเองเลยค่ะ
สุดท้ายก็ รอยเท้าเล็กๆของเราเอง ของ วินทร์ เลียววาริณ
ฉันซื้อผลงานของคุณวินทร์ ทุกปีเลยล่ะค่ะ - -* ปีละเล่ม
แวะเข้าไปแล้วอดที่จะซื้อไม่ได้ซักที..
อีกแล้วค่ะ...บูธนี้คนขายน่ารักอีกแล้ว..โฮกก...ฉันไปซื้อหนังสือนะเนี่ย...
- -..ใครที่จะไปยังไปได้จนถึงวันที่ 28 ตุลาคมนี้นะคะ (ถ้าฉันจำไม่ผิด)
ฉันเองก็จะกลับไปซื้อ คินดะอิจิเล่ม9 ด้วยค่ะ อยากอ่านๆ
แล้วก็อย่าลืม SAVE THE WORLD ด้วยการนำถุงผ้าหรือกระเป๋าไปใส่หนังสือ
แทนการรับถุงพลาสติกนะคะ...หากเราช่วยกันทำ รับรองว่าวิกฤตโลก คงต้องรอไปอีกนานหน่อย
ช่วยกันนะคะ
***เดินงานหนังสือ ต้องใจร่มๆ..คนเดินเหยียบเท้า เดินเบียด ชน ก็ต้อง ใจเย็นๆ***

2007/Apr/18

เหะๆ เดิมบลอคนี้ใช้เป็นที่ส่งรายงานคอมพ์นะคะทุกๆคน..

แล้วทีนี้ก็ปิดเทอม เลยจับรีไซเคิลมาเขียนใหม่

ซึ่ง....ก็คงเน่าเหมือนเดิม

ของเก่าเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งก็คือ อย่าไปพยายามอ่านมันเลย

คนทำยังงงๆกับตัวเองอยู่...

วันนี้อ่านเจอในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับอนาคตของเด็กไทย

เขาให้มา15 ข้อ

เอาคร่าวๆที่จำได้นะคะ

1. บ้าดารา เกาหลี ญี่ปุ่น ตะวันตก (ก็เป็นกันอยู่แล้วนี่)

2.เป็นพวกบริโภคนิยม (ไม่กินแล้วจะอยู่ยังไง..ไม่ใช่แระ)

3.ท้องก่อนวัยอันควร เราจะได้เป็นคุณยายกันในวัยประมาณ30เอง

5.บ้าพนันบอล (เห็นก็บ้ากันทุกวัย)

6.นอนดึกตื่นสาย...ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ

7.หมดเวลาไปกับอินเตอร์เน็ต เกม หนัง

8.มีหน้าที่แค่เรียน ไม่ช่วยเหลือที่บ้าน

9.โตในห้องแอร์ อาบน้ำอุ่น (หน้าร้อนนู๋ไม่อาบอะ)

10. เด็ก กทม.จะมีความต่างกับเด็กต่างจังหวัดมากขึ้น

11. ไม่มีความภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเอง

12.เรียนรู้เรื่องเพศเร็วกว่าเดิม

13. ติดสารระเหย สารเสพติด

14. บ้าเรียนพิเศษ ยึดคะแนนจากที่เรียนพิเศษ

15. มองเห็นสิ่งไม่ดี เป็นเรื่องธรรมดา

จากไทยรัฐค่ะ

ก็ไม่รู้ว่าสมควรจะทำตัวยังไง ในเมื่อมันก็ออกจะเป็นความจริง(บางข้อ)

เรื่องพวกนี้ส่วนตัวมีความเห็นว่า มันก็เต็มบ้านเมืองไปหมดแล้วหละ

ไม่ต้องมาบอกอนาคตอันใกล้หรอก

แต่บางอย่างก็ต้องดูที่ตัวผู้ใหญ่แหละ ว่าทำอะไรไว้ให้พวกเราบ้าง

ทิ้งชีวิตความเป็นอยู่แบบไหนไว้ให้

ใครรับเกาหลีเข้ามา ใครรับญี่ปุ่นเข้ามา

เขาเห็นว่าทำเงินได้ เขาก็เอาเข้ามา

ใครเริ่มพนัน ก็คงไม่ทิ้งว่าเป็นผู้ใหญ่ก่อนอยู่แล้ว

อยากจะบอกว่า มันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว

ในประเทศของเราที่เป็นแบบนี้ ต่อไปก็จะสะสมมากขึ้น

เฮ้อ....

มองด้านความน่าจะเป็น ทางแก้ ทางกลับตัวมีแน่

มีอยู่ในความน่าจะเป็นนั่นแหละค่ะ

ถ้ารู้สึกโกรธที่โดนพวกผู้ใหญ่ว่าว่าอนาคตเธอจะเหลวแน่ๆ

ถือว่าเป็นเรื่องดีที่คุณโกรธนะ

เพราะอย่างน้อยแปลว่าคุณไม่ยอมรับที่จะเป็นอย่างนั้น

ก็อาจจะเตือนสติกันได้บ้างไม่ได้บ้าง

ก็คอยดูกันต่อไป...



Pimpen Namwong
View full profile